องค์การบริหารส่วนจังหวัดคืออะไร
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีจังหวัดละ 1 แห่ง ยกเว้นกรุงเทพมหานคร มีเขตพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมเขตจังหวัด มีงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นแห่งละไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท โดย อบจ.บางแห่งได้รับงบประมาณ
ถึง 400 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น ในขณะที่ท้องถิ่นอื่น เช่น อบต.บางแห่งมีงบประมาณไม่ถึง 5 ล้านบาท
หน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
อบจ. จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารกิจการในเขตจังหวัด และช่วยพัฒนางานของเทศบาล และอบต. โดยประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อไม่ให้งานซ้ำซ้อน และจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น นำไปดำเนินการต่างๆ เช่น จัดสร้างระบบสาธารณูปโภค ที่เทศบาลและอบต. ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากขาดงบประมาณ เช่น จัดให้มีท่อบำบัดน้ำเสีย ประปาหมู่บ้าน จัดทำโครงการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลายองค์กร เช่น ก่อสร้างถนนสายหลักผ่าน เทศบาลและอบต.
อบจ. มีหน้าที่ในการดำเนินการภายในเขต อบจ. ดังนี้
อำนาจหน้าที่ส่วนจังหวัด
ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย จังหวัดอาจดำเนินกิจการส่วนจังหวัดภายในเขตจังหวัดนอกเขตเทศบาล และเขตสุขาภิบาล ดังต่อไปนี้
1. การรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
2. การศึกษา การทำนุบำรุงศาสนา และการส่งเสริมวัฒนธรรม
3. การสาธาณูปการ
4. การป้องกันโรค การบำบัดโรค และการจัดตั้งและบำรุงสถานพยาบาล
5. การจัดให้มีและบำรุงทางน้ำและทางบก
6. การจัดให้มีและบำรุงทางระบายน้ำ
7. การรักษาความสะอาดของถนน ทางเดิน และที่สาธารณะ
8. การกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
9. การจัดให้มีน้ำสะอาดหรือการประปา
10. การจัดให้มีโรงฆ่าสัตว์
11. การจัดให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
12. การจัดให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
13. การจัดให้มีสุสานและฌาปนสถาน
14. การจัดให้มีและบำรุงสถานที่สำหรับการกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ ตลอดจนสถานที่ประชุมอบรมราษฎร
15. การบำรุงและการส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร
16. การแบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่ราชการส่วนท้องถิ่น
17. การจัดการคุ้มครอง ดูแล และหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินส่วนจังหวัด
18. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
19. การพาณิชย์
20. กิจการอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นเพื่อประโยชน์ของราษฎรและท้องถิ่น หรือกิจการอื่นซึ่งกฎหมายบัญญัติ ให้เป็นกิจการส่วนจังหวัด
ผู้แทนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
อบจ. มีผู้แทน 2 ฝ่าย ได้แก่
- สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีวาระการทำงาน 4 ปี จำนวนสมาชิกสภา อบจ. แต่ละแห่งจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของจังหวัดนั้นๆ เป็นเกณฑ์
- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีวาระการทำงาน 4 ปี และนายก อบจ. สามารถแต่งตั้งรองนายก ซึ่งมิใช่สมาชิกสภา อบจ. เพื่อช่วยบริหารงาน โดยใช้เกณฑ์จำนวนสมาชิกสภา อบจ.
จำนวนสมาชิก อบจ./นายกและรองนายก อบจ.
ประชากร |
สมาชิก อบจ. |
นายก อบจ. |
รองนายก อบจ. |
ไม่เกิน 5 แสน |
24 |
1 |
2 |
เกิน 5 แสน แต่ไม่เกิน 1 ล้าน |
30 |
1 |
2 |
เกิน 1 ล้าน แต่ไม่เกิน 1.5 ล้าน |
36 |
1 |
3 |
เกิน 1.5 ล้าน แต่ไม่เกิน 2 ล้าน |
42 |
1 |
3 |
เกิน 2 ล้าน |
48 |
1 |
4 |
หน้าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
- ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น ที่เรียกว่า ข้อบัญญัติ อบจ. เช่น การจัดเก็บภาษีน้ำมัน และยาสูบ สุขอนามัยของประชาชน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของท้องถิ่น ฯลฯ
- ตรวจสอบควบคุมการบริหาร อบจ. ของฝ่ายบริหาร คือ นายก อบจ. และ รองนายก อบจ. เช่น ตรวจสอบการใช้เงินในโครงการต่างๆ
- ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดโดยรวมจากแผนของทั้งเทศบาล และ อบต. เช่น การพัฒนาถนน
- ให้ความเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน ทั้งภาษีโดยตรงที่ อบจ. จัดเก็บ เช่น ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ หรือภาษีโดยอ้อม เช่น การซื้อสินค้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนำเงินส่วนที่เป็นภาษีกลับคืนมาพัฒนาท้องถิ่น
หน้าที่ของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
- บริหารกิจการของ อบจ. ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ อบจ. และแผนพัฒนาจังหวัดตลอดจนปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้กับสภาจังหวัด
- จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติมเสนอสภา อบจ.
- รายงานผลการปฏิบัติงาน และการใช้จ่ายเงินต่อสภา อบจ.